เจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศท่านที่สอง
พลอากาศตรี
สวัสดิ์ โพธิวิหค
นายทหารนักบินฝีมือดี
ผู้มีประสบการณ์จากตำแหน่งสำคัญในกองทัพอากาศมาหลายตำแหน่ง
และจาก รองเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารอากาศ มาเป็นเจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ
ตามคำสั่ง กห ที่ ๒๖๓/๒๒๗๐๘
ลง ๒พ.ย.๙๘ และราชกิจจาฯ เล่ม ๑๒ ตอนที่ ๘๖ ลง ๒๐
ต.ค.๙๘ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ
ท่านที่สองนี้ ดำรงตำแหน่งอยู่จนกระทั่ง ๒๓ ก.ย. พ.ศ.๒๕๐๐
จึงได้ย้ายไปประจำกองบัญชาการกองทัพอากาศ ตามราชกิจจาฯ เล่ม๗๔ ตอนที่ ๘๒ ฉบับพิเศษ
หน้า๒ ลง ๒๖ ก.ย.๒๕๐๐
การจัดส่วนราชการและหน้าที่
การจัดส่วนราชการของกรมสรรพาวุธทหารอากาศ
ยังคงใช้อัตรา ทอ. ๙๘ เช่นเดิม มีการแบ่งส่วนราชการภายในแบ่งเป็น กองบริการ กองวิทยาการ
กองโรงงานสรรพาวุธ กองโรงงานสร้างกระสุน และกองพัสดุสรรพาวุธ
กองบริการ ตามอัตราทอ.๙๘ แผนกบริการเดิมได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นกองบริการ กองวิทยาการ ได้ปรับปรุงส่วนราชการภายในหลายส่วน
หมวดธุรการเป็นหมวดสารบรรณ แผนกวิทยาการ แผนแบบ
แผนกวิจัยและสถิติยังคงเดิม แต่ได้เพิ่มแผนกตรวจทดลองขึ้น เพื่อทำการตรวจทดลองทั้งทางฟิสิกส์และเคมี
เกี่ยวกับวัตถุระเบิด
กองโรงงานสรรพาวุธตามอัตรา ทอ.๙๘ นี้ ได้ปรับปรุงส่วนราชการภายในหลายส่วนคือ
หมวดธุรการเป็นหมวดสารบรรณ มีหมวดควบคุมงาน แผนกช่างโลหะ แผนกเครื่องกล
แผนกซ่อมอาวุธ และแผนกเครื่องมือแบบวัด
กองโรงงานสร้างกระสุน ยังคงดำเนินงานเหมือนเดิม
แต่เนื่องจากเป็นระยะเริ่มต้น การขาดแคลนทั้งช่างชำนาญงาน และเครื่องจักรกล
ผลงานจึงไม่ก้าวหน้าไปเท่าที่ควร ตามอัตรา๙๘ นี้ นอกจากมีหมวดสารบรรณ ๑หมวดแล้ว
ยังมีแผนกสร้างปลอกและลูกกระสุน แผนกสร้างชนวนและรวมกระสุน
กองพัสดุสรรพาวุธทำหน้าที่เหมือนกับแผนกคลังสรรพาวุธ
แต่ปริมาณงานขยายตัวขึ้นตามส่วน เพราะมิตรประเทศ ให้ความช่วยเหลือกองทัพไทยเพิ่มขึ้น
กองพัสดุสรรพาวุธ ประกอบด้วย หมวดสารบรรณ หมวดสำรวจพัสดุ หมวดบัญชีคุมและสถิติ และแผนกคลังสรรพาวุธ
อาคารสถานที่
ช่วงเวลาระหว่างปีพ.ศ.๒๔๙๘ ถึง ๒๕๐๐ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ
ได้มีอาคารถาวรเพิ่มขึ้นสองหลัง เป็นอาคารสำหรับเก็บดินส่งกระสุนและเก็บกระสุนที่สร้างเสร็จใหม่
กำลังพลปีพ.ศ.๒๔๙๙
นายทหารสัญญาบัตรรวม
๔๕ นาย
นายทหารประทวนรวม
๑๘๗ นาย
ลูกจ้างคนงานรวม
๒๙๖ คน
ยอดกำลังพลรวมทั้งสิ้น
๕๒๘ คน
การฝึกและศึกษา
เริ่มมีการส่งนายทหารประทวนเหล่าทหารสรรพาวุธ
ไปศึกษาต่อยังสหรัฐอเมริกา หลายหลักสูตร เป็นระยะเวลาห้าถึงเก้าเดือน
สรุป
ในห้วงระยะเวลานี้เจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศท่านที่สอง
ได้ดำเนินนโยบายเช่นเดียวกับสมัยแรก เนื่องจากปริมาณงานและกำลังพลเพิ่มขึ้นตามส่วน
ด้านการศึกษานอกจากการฝึกอบรมแล้ว ยังได้จัดทำคู่มือและตำราเพื่อให้เจ้าหน้าที่สรรพาวุธ
ได้ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติที่ถูกต้อง ด้านโรงงาน ได้จัดหาเครื่องจักรกล เครื่องมือเครื่องใช้เพิ่มเติม
เพื่อให้เหมาะกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี สิ่งบกพร่องทั้งหลายภายในกรมสรรพาวุธทหารอากาศ
ได้รับการปรับปรุงแก้ไข และควบคุมดูแล ให้งานในความรับผิดชอบ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
(ยังมีต่อ)


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น