เจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศท่านที่สาม
พลอากาศตรี พิชิต บุณยเสนา นายทหารนักบินขับไล่ฝีมือดี
ผู้ที่ผ่านสนามรบในกรณีพิพาทอินโดจีน และสงครามมหาเอเชียบูรพามาอย่างโชกโชน เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในกองทัพอากาศมาแล้วหลายตำแหน่ง
เช่น ครูการบินผู้บังคับกองบิน และจากรองเสนาธิการกองบินยุทธการ มาเป็นเจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ
ตั้งแต่ ๒๓ กันยายน ๒๕๐๐ ตามราชกิจจาฯ เล่ม ๗๔ ตอน ๘๒ ฉบับพิเศษ หน้า๖ ลง ๒๖
กันยายน ๒๕๐๐ คำสั่งกลาโหมที่ ๔๐๐ / ๒๐๒๐๒
ลง ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๐๐ และได้รับพระราชทานยศ เป็นพลอากาศโท
ในตำแหน่ง ผู้ช่วยเสนาธิการทหารอากาศฝ่ายยุทธบริการ ตั้งแต่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๐๕
ตามราชกิจจาฯ เล่ม ๗๙ ตอน ๗๙ ลง ๓๑ สิงหาคม ๒๕๐๕
คำสั่งกลาโหมที่ ๑๙๑ / ๑๗๕๙ ลง ๒๙ สิงหาคม ๒๕๐๕
การจัดส่วนราชการและหน้าที่ ในสมัยเจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ
ท่านที่สามนี้ ยังคงใช้อัตรา ทอ.๙๘
( ผนวกสี่) การแบ่งส่วนราชการ ยังคงแบ่งเป็น กองบริการ
กองวิทยาการ กองโรงงานสรรพาวุธ กองโรงงานสร้างกระสุน และกองพัสดุสรรพาวุธ
ในห้วงระยะเวลาระหว่างปี ๒๕๐๐ ถึง๒๕๐๕
กรมสรรพาวุธทหารอากาศ ไม่มีอาคารถาวรเพิ่มขึ้น นอกจากดูแลรักษาอาคารเดิม ให้คงสภาพใช้ราชการได้
กำลังพล ปี ๒๕๐๓-๒๕๐๕
มีนายทหารสัญญาบัตรทั้งสิ้น ๘๙ คน นายทหารประทวน
๑๗๕ คน ลูกจ้างและคนงาน ๓๕๖ คน รวมกำลังพล ๖๒๐ คน
แม้ในระยะนี้จะไม่มีการขยายอาคารและสถานที่เพิ่มเติม
แต่ในด้านกำลังพลมีการส่งกำลังพล ทั้งนายทหารสัญญาบัตรและนายทหารประทวนไปฝึกศึกษา
อบรม และดูงานยังต่างประเทศมากขึ้น
และที่สำคัญ ได้เริ่มมีนายทหารสัญญาบัตร
ที่จบจากโรงเรียนนายเรืออากาศ บรรจุ และปฏิบัติงานที่กรมสรรพาวุธทหารอากาศ และได้รับคัดเลือกไปศึกษาต่อและอบรมยังต่างประเทศ
รวมทั้งนายทหารประทวนที่มีความรู้ ความสามารถ และมีฝีมือดี ก็ได้รับการคัดเลือก และเดินทาง
ไปศึกษาต่อ ยังต่างประเทศเช่นกัน
นายทหารต่างๆเหล่านี้ ในกาลข้างหน้า จะเป็นกำลังหลักที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ต่อความเจริญก้าวหน้าของกรมสรรพาวุธทหารอากาศในอนาคต
ผู้เรียบเรียงฯ ขออนุญาตยกตัวอย่างนายทหาร ที่ได้รับการคัดเลือกไปศึกษาอบรม
ดังนี้
น.ต.สนั่น สุทธิจารีย์ (ผู้เขียน ตำนานสรรพาวุธ
ฯ ผู้เรียบเรียง) และ ร.ท.ประทีปสุขสวัสดิ์ หลักสูตรArmament System Officer สหรัฐอเมริกา
ปี ๒๕๐๒ ร.ต.รังสรรค์ สนธยานนท์ ร.ต.ทวีศักดิ์ สังข์ทอง หลักสูตรเดียวกัน ปี ๒๕๐๓ ร.ท.สมพันธ์
อินทรสูตร และร.ท.ศรีทอง สุขานุวัตร หลักสูตรเดียวกันปี ๒๕๐๕
ร.ต.พินิจ สุรกูล หลักสูตร Munition Disposal ประเทศฟิลิปปินส์
ปี ๒๕๐๔
นอกจากนี้ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ
ได้ให้ความสำคัญต่อกำลังพลทุกชั้นยศ โดยสนับสนุนให้นายทหารประทวน เหล่าทหารสรรพาวุธ
ได้มีโอกาสไปฝึก ศึกษา และอบรมยังต่างประเทศ
ดังตัวอย่าง(ที่ผู้เรียบเรียงมีความคุ้นเคย) ดังนี้
จ.อ.บุญมี กิตติคุปต์ หลักสูตร Weapon and Fire Control System
Mechanics สหรัฐอเมริกา ปี๒๕๐๑ พ.อ.ต.อำพร สุขณียุทธ
หลักสูตรเดียวกันปี ๒๕๐๒
จ.อ.สนั่น อนันต์ภักดี หลักสูตร Fire Control System และ
Weapon System Technician
สหรัฐอเมริกาปี ๒๕๐๓
จ.อ.สุวิทย์ จันระมาด และ จ.อ.ฉลอง บุญสม หลักสูตร
Weapon Control System
(E4) สหรัฐอเมริกาปี ๒๕๐๕
พ.อ.ท.นิวัต พุกประยูร หลักสูตร Weapon Technics โอกินาวาประเทศญี่ปุ่น ปี ๒๕๐๔
จ.อ.อำนวย แว่นแก้ว จ.อ.มงคล คำยา จ.ท.ไสว
เหว่าไว และ จ.ท.ทวิช กลิ่นประดิษฐ์ หลักสูตรWeapon Technics สหรัฐอเมริกา ปี ๒๕๐๕
พ.อ.อ.ฉลองชัย สัตบุษ และ พ.อ.อ.รังสรรค์
จั่นวงศ์แก้ว หลักสูตรMunition
Specialist สหรัฐอเมริกา ปี ๒๕๐๔
พ.อ.อ.สุพจน์ สิงหกลางพล และ พ.อ.อ.บุญมี
กิตติคุปต์ หลักสูตรSighting
System Mechanics โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ปี ๒๕๐๔
นี่เป็นเพียงตัวอย่างของกำลังพลเหล่าทหารสรรพาวุธ
ที่ได้ไปฝึก ศึกษาอบรมยังต่างประเทศ ในบันทึกตำนานสรรพาวุธนั้น ผู้เขียน (น.อ.สนั่น
สุทธิจารีย์ ) ท่านได้รวบรวมและบันทึกไว้ว่า มีกำลังพลกว่า ๗๐ คน ได้ไปศึกษาอบรม ยังต่างประเทศ
กำลังพลเหล่านี้ จะเป็นกำลังหลักที่สำคัญต่อกรมสรรพาวุธทหารอากาศในอนาคต
สรุป
งานด้านวิทยาการ และการส่งกำลังบำรุงอาวุธ
กระสุนวัตถุระเบิด ประสบปัญหาบ้างเล็กน้อย แต่ก็ดำเนินไปด้วยโดยเรียบร้อย
งานด้านการซ่อมบำรุงสรรพาวุธ ปรากฏว่าสถิติงานสูงขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้
เพราะอาวุธที่ ทอ.มีใช้อยู่ เริ่มจะครบอายุซ่อมใหญ่ โดยเฉพาะสรรพาวุธประเภทสรรพาวุธเบา
มีสถิติการซ่อม สูงกว่าประเภทสรรพาวุธหนัก อย่างไรก็ดี กรมสรรพาวุธทหารอากาศ ก็พยายามช่วยตัวเอง
ให้งานนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ ส่วนงานด้านกระสุนวัตถุระเบิด งานซ่อมมีไม่มากนัก แต่งานด้านการสร้างกระสุนปืนเล็ก(
สรรพาวุธเบา) ขนาดต่างๆมีสติสูงขึ้นตามลำดับ ในขณะเดียวกันก็ได้เริ่มงานสร้างกระสุนประเภทสรรพาวุธหนักไปด้วย
ในห้วงเวลานี้ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ ได้รับกำลังพลจากแหล่งต่างๆ
เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ปัญหาขาดแคลนกำลังพลน้อยลง อย่างไรก็ดี ช่างชำนาญงานแต่ละแขนง
ต้องใช้เวลาฝึกอีกหลายปี จึงจะมีความชำนาญในหน้าที่นั้นๆ
(ยังมีต่อ)


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น