เจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศท่านที่สี่
พลอากาศตรี
ศิริชัย วาทิน
พลอากาศตรี ศิริชัย วาทิน
นายทหารนักบินฝีมือดี เคยเป็นนักบินทิ้งระเบิด สมัยกรณีพิพาทอินโดจีน
และสงครามมหาเอเชียบูรพา และมาเป็นครูการบิน นักบินลำเลียงฝีมือเยี่ยม
ท่านเคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ เช่น ผู้บังคับกองบินน้อยที่หก ( กองบินลำเลียง )
ผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ และจากเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ
มาเป็นเจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ ตามราชกิจจาฯ เล่ม ๗๙ ตอนที่ ๗๙ ลง ๓๑
ส.ค. ๐๕ คำสั่งกลาโหมที่ ๑๙๑/๑๗๓๕๙ ลง ๒๙ ส.ค.๐๕
และต่อมา มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น ผู้ช่วยเสนาธิการทหารอากาศ ฝ่ายยุทธบริการ
และรักษาราชการ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ อีกตำแหน่งหนึ่ง ตามราชกิจจาฯ เล่ม ๔๘
ตอน ๘๔ ลง ๒๘ มี.ค.๑๑ ฉบับพิเศษ หน้า ๑๐๓๒ คำสั่งกลาโหมที่ ๙๑/๑๐ ลง
๒๑ มี.ค.๑๐ และมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้เป็น ผู้ช่วยเสนาธิการทหารอากาศ ฝ่ายยุทธบริการ
ตำแหน่งเดียว ตามคำสั่งกลาโหมที่ ๓๓๒/๑๐ ลง ๒๔ ต.ค.๑๐
การจัดส่วนราชการและหน้าที่
การจัดส่วนราชการและหน้าที่ ของกรมสรรพาวุธทหารอากาศ
ในปี พ.ศ.๒๕๐๕ ยังคงใช้อัตรา ทอ.๙๘ อยู่ไม่กี่เดือน ก็เปลี่ยนไปใช้อัตรา ทอ.๐๖ ในต้นปี
พ.ศ.๒๕๐๖ อัตรา
ทอ.๐๖ นี้ ได้ปรับปรุง ให้มีฝ่ายเสนาธิการ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ
ซึ่งทำหน้าที่คล้ายฝ่ายอำนวยการระดับกรม เกี่ยวกับงานยุทธการและการข่าว งานกำลังพล
และงานส่งกำลังบำรุง นาวาอากาศเอก ประวิทย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
ได้ย้ายจากกรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ มาเป็น นายทหารฝ่ายเสนาธิการ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ
เป็นท่านแรก เมื่อ ๑๐ ธ.ค.๐๖ และต่อมา ทางราชการได้เปลี่ยนจากตำแหน่ง นายทหารฝ่ายเสนาธิการ
กรมสรรพาวุธทหารอากาศ เป็นหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ ตั้งแต่ ๒๕ พ.ย.๐๗
กรมสรรพาวุธทหารอากาศ ตามอัตรา ทอ.๐๖ (
ผนวก๕) นี้ มีการจัดแบ่งส่วนราชการภายใน คือ กองบริการ กองวิทยาการ กองโรงงานสรรพาวุธ
กองโรงงานวัตถุระเบิด และกองพัสดุสรรพาวุธ กองบริการ
ซึ่งอัตรา ทอ.๙๘ เดิมมี หนึ่งแผนกและสามฝ่าย
ปรับปรุงเป็นสี่แผนก กองวิทยาการ ตามอัตราใหม่นี้ มี หมวดสารบรรณ แผนกวิทยาการ แผนกวิจัยและตรวจทดลอง
และที่เพิ่มเติม คือแผนกศึกษา ได้จัดตั้งโรงเรียนเหล่าทหารสรรพาวุธ ฯ
ซึ่งเป็นหน่วยที่ไม่มีอัตรากำลังพลบรรจุไว้ หากให้หัวหน้ากองวิทยาการ
เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเหล่าทหารสรรพาวุธฯ โดยตำแหน่ง หัวหน้าแผนกศึกษา ฯ เป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนเหล่าฯ
โดยตำแหน่ง ส่วนครูอาจารย์ผู้สอนนั้น จัดจากนายทหารตามกองต่างๆ ภายในกรมฯ และมีครูอาจารย์
จากภายนอกกรมฯ ตามความจำเป็น
นอกจากนี้ ยังมีฝ่ายทำลายกระสุนวัตถุระเบิด
ซึ่งเดิมเป็นงานย่อยของกองพัสดุสรรพาวุธ แต่ต่อมา งานด้านการทำลายกระสุนวัตถุระเบิด
เพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ในการปรับปรุงอัตรา จึงได้ยกฐานะขึ้นเป็น ฝ่ายทำลายกระสุนวัตถุระเบิด
ขึ้นตรงต่อกองวิทยาการ โดยมี นาวาอากาศเอก พยงค์ ศิริบุตร เป็นหัวหน้ากองวิทยาการ
ตั้งแต่ ๒๐ เม.ย.๐๔ เป็นต้นไป
กองโรงงานสรรพาวุธ ตามอัตรา ทอ. ๐๖ นี้
นอกจากมีหมวดสารบรรณแล้ว ยังมีแผนกต่างๆอีก ได้แก่ แผนกดำเนินงาน แผนกช่างโลหะ แผนกเครื่องมือกล
แผนกซ่อมอาวุธ แผนกต่างๆเหล่านี้ ส่วนมาก ดำเนินการอยู่เดิม แต่ปรับปรุงให้เหมาะสมกับปริมาณงานที่ขยายตัวขึ้นตามส่วน
และได้จัดตั้งแผนกสุดท้าย ซึ่งเป็นแผนกใหม่ มีชื่อว่าแผนกซ่อมสรรพาวุธอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อซ่อมเครื่องบังคับการยิง และเรดาร์ประจำเครื่องบิน อย่างไรก็ดี
งานของแผนกนี้ ยังลงมือดำเนินการไม่ได้ เพราะต้องใช้งบประมาณมาก อุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้
ส่วนมากราคาแพงมาก ต้องแก้ปัญหาด้วยการส่งชิ้นส่วน หรืออุปกรณ์ที่ชำรุด
ไปซ่อมยังต่างประเทศ กองโรงงานสรรพาวุธ มีนาวาอากาศเอก ปรีชา ประสพศิลป์ เป็นหัวหน้ากอง
ตั้งแต่ ๑๒ พ.ย.๐๖ เป็นต้นไป
กองโรงงานกระสุนวัตถุระเบิด
กองนี้เป็นชื่อใหม่ จากกองโรงงานสร้างกระสุน งานของกองนี้ ซึ่งเดิมมุ่งเน้นการสร้างกระสุนเป็นงานหลัก
แต่เมื่อปรับปรุงใหม่ จึงขยายงาน รวมถึงอาวุธอื่น ที่มีวัตถุระเบิด ตลอดถึงไพโรเทคนิคด้วย
มีนาวาอากาศเอกสมภพ มีมณี เป็นหัวหน้ากอง ตั้งแต่ ๑๐ ธ.ค.๐๖ เป็นต้นไป
กองสุดท้าย คือกองพัสดุสรรพาวุธ
ประกอบด้วย หมวดสารบรรณ แผนกควบคุมและสถิติ แผนกตรวจสำรวจพัสดุและแผนกคลังสรรพาวุธ
งานของกองพัสดุฯ นี้ส่วนมากเหมือนเดิม นอกจากมีการปรับปรุงและขยายหน่วย
ให้เหมาะสมกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น โดยมีนาวาอากาศเอก ธนิต ศรีถาพร เป็น
หัวหน้ากอง ตั้งแต่ ๑พ.ค.๐๖ เป็นต้นไป
อาคารสถานที่
ในปีพ.ศ.๒๕๐๖ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ ได้สร้างอาคารถาวรหนึ่งหลัง
คืออาคารหมายเลข ๒๐๓ ซึ่งเป็นที่ทำงานของหมวดอาวุธ แผนกวิจัยฯ วท.สพ.ทอ.
(กองวิทยาการฯ เมื่อก่อนใช้คำย่อว่า วท.สพ.ทอ.- ผู้เรียบเรียง) ปีพ.ศ.๒๕๐๘
สร้างอาคารถาวรหนึ่งหลังคือ อาคารหมายเลข ๑๐๓ เป็นอาคารสำหรับรับประทานอาหาร ของ
นายทหารสัญญาบัตร และสร้างอาคารกึ่งถาวร หมายเลข ๒๐๑
ใช้เป็นกองวิทยาการฯ ซึ่งแบ่งเป็นห้องทำงานของแผนกวิทยาการ แผนกศึกษาและห้องเรียน โรงเรียนเหล่าทหารสรรพาวุธฯ
ปีพ.ศ.๒๕๐๙ ได้สร้างอาคารกึ่งถาวร หมายเลข ๒๐๔ ซึ่งเป็นที่ทำงานของแผนกวิจัย และฝ่ายทำลายกระสุนวัตถุระเบิด
วท.สพ.ทอ.
กำลังพล
กำลังพลช่วงปีพ.ศ.๒๕๐๖-๒๕๑๐ มีจำนวนรวม
๖๗๕ คน
การศึกษา
ยังคงมีการส่งนายทหารสัญญาบัตร และทหารชั้นประทวนเหล่าทหารสรรพาวุธ
ไปศึกษายังต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ ณ สหรัฐอเมริกา หรือ ฟิลิปปินส์ อาทิ
ร.ท.ทวีศักดิ์ สังข์ทอง หลักสูตร Aircraft
Electrical Repair Technician ปีพ.ศ.๒๕๐๘ เรืออากาศโท สัญชัย พาหุมันต์ หลักสูตร Ammunition Officer ปีพ.ศ.๒๕๐๖
และ ร.ต.ผสม เฉลิมทรัพย์ หลักสูตรเดียวกันปี พ.ศ.๒๕๐๗
ร.ต.สพจน์ สิงหกลางพล หลักสูตร Auto Flight Control
พ.ศ.๒๕๐๘ ร.ท.ม.ล.เอกพันธ์ กฤดากร และ ร.ท.ยอด ชุมสาย ณ อยุธยาหลักสูตร Munition Specialist ปีพ.ศ.
๒๕๐๖
ส่วนนายทหารชั้นประทวนเหล่าทหารสรรพาวุธ อาทิ
พ.อ.ท.ประมวล มณีวรรณ หลักสูตร Munition
Disposal ประเทศฟิลิปปินส์ ปี พ.ศ.๒๕๐๘ จ.อ.วันชัย
คงคาใส หลักสูตร Weapon
Control System (E4) สหรัฐอเมริกา พ.อ.ท.เฉลิมเกียรติ
แก้วพินิจ หลักสูตร Weapon Mechanics ปีพ.ศ.๒๕๐๖
นอกจากนี้ ยังมีนายทหารสัญญาบัตร เหล่าทหารสรรพาวุธ
ศึกษาและฝึกงานภายในประเทศ ทั้งหลักสูตร โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก
รวมถึงหลักสูตรระยะสั้น ในการศึกษาและฝึกงาน ณ ฐานบินทั่วประเทศ
ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยบินของมิตรประเทศ
ปัญหาและอุปสรรค
เนื่องจากในช่วงระยะเวลานี้ อาวุธ ยุทโธปกรณ์ที่
ทอ. มีใช้อยู่ โดยการจัดหาเอง และได้รับความช่วยเหลือตามโครงการช่วยเหลือทั้งทหาร กำลังเข้าสู่ภาวะเสื่อมสภาพตามอายุราชการมานาน
ต้องซ่อมใหญ่ ในปลายสมัยที่แล้ว กองทัพอากาศได้ตกลงในหลักการ ให้กรมสรรพาวุธทหารบก
ช่วยซ่อมอาวุธยุทโธปกรณ์ ภาคพื้นดินจากกรมสรรพาวุธทหารอากาศ โดยการโอนเงินงบประมาณให้
ต่อมา ภารกิจของกรมสรรพาวุธทหารบกเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับ กองทัพอากาศมีนโยบาย พึ่งตนเองให้มากที่สุด
กรมสรรพาวุธทหารอากาศ ได้เริ่มจัดหาเครื่องมือเครื่องจักร ด้านโรงงาน มาทดแทนของเก่า
และเพิ่มเติม เพื่อขยายงานด้านการซ่อมสร้างออกไป ส่วนกำลังพลประเภทช่างฝีมือ ซึ่งเริ่มฝึกเพิ่มเติมมาจากปลายสมัยที่แล้ว
พอถึงกลางสมัยนี้ ประเทศไทยเข้าสู่ยุคพัฒนา มีบริษัทองค์กร โรงงานต่างๆ ตั้งขึ้นมากมาย
มีความต้องการช่างฝีมือ และผู้ชำนาญงานแขนงต่างๆ โดยให้เงินเดือนสูงกว่าทางราชการ จึงพลอยให้กำลังพลประเภทนี้
ของกรมสรรพาวุธทหารอากาศขาดแคนลงอีก ไม่สมดุลกับเครื่องจักรกล ที่ได้จัดหามาเพิ่มเติม
สรุป
ถึงแม้ว่า กรมสรรพาวุธทหารอากาศ จะประสบปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวแล้ว
อันเป็นผลให้งานงานบางอย่างล่าช้า ขลุกขลักไปบ้าง แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจ ของเจ้าหน้าที่
ที่เกี่ยวข้องแต่ละด้าน ก็ทำให้งานหลักของกรมสรรพาวุธทหารอากาศ ในสายยุทธบริการ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
(ยังมีต่อ)


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น